British Standard เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการกำกับนโยบายมาตรฐานด้านสุขภาพตามคำร้องขอของ
กองทุนโรงพยาบาล King Edward แนวโน้มที่ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นกับที่นอนลมโดยมากแล้ว คือความไม่สมดุลย์กัน
กับขนาด และน้ำหนักของผู้ป่วย
ในการเตรียมพร้อมสำหรับมาตรฐาน British Standard ต้องมีการสืบหาข้อมูลเพื่อที่จะพัฒนาที่นอนลมปัจจัยหลักที่
ต้อง คำนึงคอความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันลมและ Interface Pressure ( การยุบตัว พองตัวที่พอดีกัน) และปัจจัยอีก
ประการ ก็คือ เสียงไม่เกิน 55 DB. และ 90% ของ Running Time ไม่ควรเกิน 45 DB.
เกรด A : คือ PVC หรือวัสดุผสม มีควมแข็งแรง เป็นแบบลอนความแข็งแรงไม่น้อยกว่า 600 n / 50 mm.
เกรด B : เป็นรูปแบบ รังผึ้ง ความแข็งแรงไม่น้อยกว่า 200 n / 50 mm.
| เกรด A |
เกรด B |
 |
 |
ขอบเขต
ตาม British Standard ที่นอนลมต้องรับน้ำหนักได้มากถึง 95 Kg. และต้องเป็นไปตาม BS 5223 Part 1 และ Part 2
(ADULT SIZE SPRING INTERIOR MATTRESS) โครงเตียงต้องใช้ได้กับเตียงของโรงพยาบาล แบ่งออกเป็น 2 grade คือ grade A และ B ต่างกันเพียงความแข็งแรงทนทานของตัวที่นอน
ข้อกำหนด
- การสลับแรงดัน : ต้องมีการสลับลมอย่างต่อเนื่องเพื่อที่ไม่ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายผู้ป่วยถูกกดทับ นานเกินไป
- การวาง : ต้องวางราบกับพื้นเสมอ
- การโค้งงอ U : เวลานอนอาจเกิดการโค้งงอได้ จึงไม่ควรใช้ที่นอนลมยกตัวผู้ป่วย
- ต้องมีส่วนที่รับร่างกายของคนไข้เวลานอนลง รับกับไหล่ , สะโพก, หัวเข่า
- Maximum Inflation Pressure
- การยุบตัวของที่นอน : ช่วยพยุงผิวหนังของผู้ป่วยเอาไว้ได้
- Pressure Cycle : วงจรของแรงดัน เกิดการเปลี่ยนแปลงของแรงดันในลอนที่นอนแต่ละลอนที่จุดสูงสุด และต่ำสุด
- Relicf Area : บริเวณของที่นอนลมที่มีแรงดันสูงสุด และจุดที่มีแรงดันต่ำสุด
- นอนตะแคงได้ นอนพิงโดยมีหมอนรองที่ศรีษะได้ไม่เกิน 2 ใบ
- นอนพิงโดยมีหมอนรองส่วนบนมากกว่า 3 ใบ
- นอนหงาย
วัสดุที่ใช้และโครงสร้าง
ขนาด
- พื้นที่นอนลมยาวไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร กว้างไม่น้อยกว่า 0.75 เมตร เมื่อมรลมเข้าสำหรับใช้ตามปกติ
- ในแต่ละรอบของแรงดันลม ผิวหน้าของแต่ละ Air Cell ที่มีความดันลมต่ำสุดไม่เกิน 120 mm. ในด้านที่สั้นที่สุด และไม่เกิน 900 mm. ในด้านที่ยาวที่สุด
|