หน้าหลัก
เลือกภาษา    ไทย / อังกฤษ 
 » ความรู้เกี่ยวกับแผลกดทับ
 » การป้องกันและดูแลปัญหาแผลกดทับ
 » ข้อแนะนำในการเลือกใช้ที่นอนลม
 » ข้อแตกต่างระหว่างที่นอนแบบลอนกับรังผึ้ง
 » ข้อแตกต่างระหว่างที่นอนไทยกับนำเข้า
 » วิธีการใช้งาน ติดตั้งและดูแลรักษาที่นอนลม
 » หากที่นอนลมผิดปกติ
 » การรับประกันสินค้าและการซ่อมแซม
 » ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
 » วิธีการสั่งซื้อ / ชำระค่าสินค้า
 » British standard คืออะไร
 » กิจกรรมเพื่อสังคม
 » จดหมายขอบคุณจากทางโรงพยาบาล
 » ทำไมเราต้องผลิตที่นอนลมเองในประเทศ
 » เว็บบอร์ด
 » ติดต่อเรา/แผนที่
 » ที่นอนลมสำหรับสุนัข    
  สินค้า
 » ที่นอนลมแบบลอน อัลเท็ม เอส
 » ที่นอนลมแบบรังผึ้ง อัลเท็ม บับเบิ้ล
 » แผ่นช่วยพยุงหลัง
 » เจลประคบร้อน-เย็น
 เว็บไซต์เพื่อคนพิการ
 » มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
 » มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
 » มูลนิธิเด็ก
 » Tour สำหรับผู้ใช้วีลแชร์
 » ศูนย์สื่อการศึกษาเพื่อคนพิการ
 » สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย)
 » มูลนิธิเมาไม่ขับ
 » มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
 » มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ
 »สถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพ    ปากเกร็ด
 »  มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
 »  สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
 »  ศูนย์อาชีพออทิสติกไทย
 » 
 » 
 » 
 เว็บไซต์ร้านขายยา
 » ชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย
 » สมาคมร้านขายยาแห่งประเทศไทย

 » สภาเภสัชกรรม

 » 
 บทความน่าสนใจ
 »  การประมาณค่าใช้จ่ายในการรักษาแผลกดทับ
 »  ถุงทองกระดูฏสันหลังงอกทับเส้นประสาท
 »  เรื่องของเจ้าทองที่เป็นแผลกดทับ
 »  เส้นเลือดในสมองตีบทำให้เป็นอัมพฤษอัมพาต
 » ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก
 » air hole
 » ที่นอนลมบับเบิ้ล
 » วิธีการเลือกซื้อที่นอนลมให้เหมาะสมกับผู้ป่วย
 
 
 
 
 
 
 














 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyright © 2004-2005 BedsoreThai.com
All rights reserved

 

หน้าหลัก I  ประวัติ   I  บทความ  I    สินค้า  I  ข้อสงสัย   I    ติดต่อเรา   I  ที่นอนลมสำหรับสุนัข

 โรคเส้นเลือดในสมองตีบ

อัมพฤกษ์อัมพาต
เป็นอาการที่คนทั่วไปโดยเฉพาะผู้สูงอายุ จะเกรงกลัวกัน
มาก ซึ่งอาการดังกล่าว หมายถึง การที่แขนขาอ่อนแรงซีก
ใดซีกหนึ่งและมักจะไม่ค่อยหาย หรือหายแต่ไม่หายสนิท
ใช้เวลาฟื้นฟูสมรรถภาพ ค่อนข้างนาน มีความพิการหลง

เหลืออยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย

สาเหตุของอาการดังกล่าวมีได้หลายอย่าง แต่ที่พบบ่อยที่
คือ ประมาณ 80-90% ก็คือ โรคหลอดเลือดสมอง ที่เหลือก็ ็เป็นสาเหตุอื่นๆเช่นเนื้องอกในสมอง ฝีในสมองเป็นต้น

เส้นเลือดสมองตีบหมายถึงอะไร
เส้นเลือดสมองตีบเป็นโรคหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งประกอบ ไปด้วย 3 โรคหลักๆ ได้แก่ เส้นเลือดสมองตีบ แตก และ อุดตัน โดยที่เส้นเลือดสมองตีบเป็นแบบที่พบได้มากที่สุด(80-85%)


เส้นเลือดที่ตีบเกิดจากการหนาตัวของผนังหลอดเลือดรวมทั้งอาจมีเกล็ดเลือดหรือองค์ประกอบอื่นๆของเลือดมาสะสมตาม
ผนัง หลอดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ถ้าเป็นมากก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียงและเกิดความ
เสียหายต่อเซลสมองบริเวณนั้นๆ


มีอาการอย่างไรได้บ้าง
เนื่องจากสมองมีหลายส่วน แต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกันไป ดังนั้น อาการในผู้ป่วยแต่ละคนขึ้นกับบริเวณของสมองที่มีเส้น เลือดตีบอาการที่พบได้แก่
                
        - แขนขาอ่อนแรง หรือชาซีกใดซีกหนึ่ง (บางกรณีอาจเป็น ทั้ง2ซีก)
        - ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด หรือสำลัก
        - พูดไม่ได้ หรือฟังไม่รู้เรื่อง (มีปัญหาด้านความเข้าใจภาษา)
        - เวียนศีรษะมาก เดินเซ แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
        - มองไม่เห็นซีกใดซีกหนึ่ง

โดยลักษณะสำคัญของอาการที่เกิดคือ เป็นค่อนข้างเร็ว กระทันหัน ภายในเวลาเป็นนาที หรืออาจเป็นหลังตื่นนอนโดยที่ก่อน เข้านอนยังปกติอยู่
อายุที่มากขึ้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้ที่ไม่สามารถป้องกันได้ แต่ปัจจัยเสี่ยงที่เราสามารถควบคุมได้ ยังมีอีกหลายอย่าง ซึ่งถ้าเราคุมได้ดีก็จะสามารถลดโอกาสการเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตได้มากแม้จะไม่100% ก็ตามปัจจัยเสี่ยง ดังกล่าวได้แก่

        - ความดันโลหิต
        - เบาหวาน
        - ไขมันในเลือดสูง
        - การสูบบุหรี่
        - โรคหัวใจบางชนิด

การวินิจฉัยโรคอาศัยการซักประวัติตรวจร่างกายทั่วไปและการตรวจทางทางระบบประสาทและการทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ในบางรายหากสงสัยว่าอาจเป็นอย่างอื่น แพทย์ที่ตรวจอาจให้ตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI) แทนการ ตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์

การทำ CT scan ของสมอง จะช่วยให้แยกได้ระหว่างเส้นเลือดตีบหรือแตก ซึ่งการรักษาจะต่างกันไป ปัจจุบันยังไม่มียาใด ที่รักษาอาการที่เกิดขึ้นได้โดยตรง แต่ผู้ป่วยแต่ละคนมีโอกาสที่จะดีขึ้นได้เอง โดยเน้นการทำกายภาพบำบัดเป็นหลัก ซึ่ง แต่ละคนจะมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของการฟื้นตัวว่าจะดีขึ้นได้ถึงระดับใด โดยอาจพอบอกแนวโน้มได้คร่าวๆ หลัง เกิดอาการ2-4 สัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้ทำนายได้ถูกต้องแน่นอนเสมอไป เป็นเพียงแนวโน้ม เช่น ถ้าผ่านไป 2 สัปดาห์แต่อาการ อ่อนแรงดีขึ้นมากพอสมควร ก็อาจบอกได้ว่ามีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้มาก บางรายทำกายภาพบำบัดไป 3-6 เดือนไม่ค่อยดีขึ้น เท่าที่ควรก็อาจมีแนวโน้มว่าจะใช้เวลานานหรืออาจไม่ดีขึ้นกว่าเดิมมากนัก

ยาที่ใช้รักษาโรค
ยาที่ใช้ในโรคนี้ ใช้เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ เนื่องจากถ้าเป็นครั้งหนึ่งแล้ว จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นซ้ำได้
ยาที่สำคัญคือยาป้องกันเส้นเลือดตีบ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆไป ไม่ควรซื้อทานเองเนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงได้

ยาที่มีความสำคัญมากอีกกลุ่มหนึ่ง คือยาที่ใช้คุมปัจจัยเสี่ยงในรายที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ยาเบาหวาน ความดันสูงไขมันใน เลือดสูงเป็นต้น รวมทั้งการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องโดยเฉพาะการควบคุมอาหารที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ถ้าคุมโรค เหล่านี้ได้ดี โอกาสเป็นเส้นเลือดสมองตีบก็จะน้อยลงไปมากควรงดสูบบุหรี่ เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญและการเลิกขึ้น อยู่กับจิตใจเท่านั้น โดยแทบไม่ต้องใช้ยาใดๆ

การทำกายภาพบำบัดมีส่วนสำคัญที่สุดในการเพิ่มโอกาสที่ทำให้ส่วนที่อ่อนแรง กลับมามีแรงมากขึ้นได้ ส่วนยาที่ ทานจะเน้นไปที่การป้องกันการเกิดซ้ำของเส้นเลือดสมองตีบ ดังนั้น แม้ทานยาครบ แต่ไม่ค่อยทำกายภาพบำบัดก็ไม่สามารถ
ทำให้อาการดีขึ้นได้เท่าที่ควร

ยาช่วยได้หรือไม่
มีคนพูดถึงยาบำรุงสมอง แปะก๊วย อาหารเสริม ฯลฯ ว่าจะช่วยให้อัมพาตหายได้หรือไม่ รวมทั้งการรักษาในแนวอื่นๆอีกหลาย รูปแบบ รวมทั้งยาฉีดบางชนิดที่ราคาแพง ซึ่งทุกอย่างดังกล่าว ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ทางการแพทย์ว่าได้ผลและการรัก ษาบางอย่างอาจเกิดผลเสียกับผู้ป่วยโดยไม่รู้ตัวได้ ถ้าไม่แน่ใจ จึงไม่ควรทานหรือฉีด

ยาหม้อ เป็นยาที่นิยมมากโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งนอกจากไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยแล้ว ยังอาจเกิดอันตรายได้หลาย รูปแบบ แต่คนนิยมทาน เนื่องจากในยาหม้อ มีสารที่ทำให้ทานแล้วรู้สึกสบาย เหมือนจะดีขึ้น ซึ่งไม่ว่าเป็นโรคอะไรก็จะดีขึ้น เป็นชั่วคราวในระยะยาวไม่มีผลและสารนี้ทำให้เกิดอาการตามมาแต่เป็นเพียงความรู้สึกและได้หลายอย่าง เช่น น้ำตาลใน เลือดสูง โรคกระเพาะ ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อง่าย หน้าบวม ฯลฯ บางรายที่ทานนานๆ เมื่อหยุดทานก็จะเกิดอาการไม่สบายได้ ้หลายรูปแบบ ยาหม้อจึงเป็นยาที่ไม่ควรทานโดยเด็ดขาด

อย่างที่กล่าวในตอนต้น คือโรคนี้เป็นโรคที่ในระยะแรกๆทำนายได้ยาก ว่าแต่ละคนจะดีขึ้นได้แค่ไหน หรือใช้เวลาเท่าใด บางรายอาจดีขึ้นเองโดยไม่ได้ทานยาอะไรเลยก็เป็นได้ บางรายทานยาทุกอย่าง ทำกายภาพบำบัดเต็มที่ก็อาจไม่ค่อยดีขึ้น มากนักก็เป็นได้ ดังนั้นในรายที่ทานยาหม้อหรือรักษาแบบอื่นๆใดๆก็ตามแล้วดีขึ้น มักเกิดจากการที่คนนั้นจะดีขึ้นเองอยู่ ู่แล้วแต่บังเอิญไปทานยาหม้อด้วย คนจึงเข้าใจว่าดีจากยาหม้อแล้วจึงนำไปบอกกันปากต่อปาก จึงกลายเป็นที่นิยมกันไป แต่ในรายที่ไม่ดีขึ้นหรือเกิดผลข้างเคียงจากยาหม้อ คนทั่วไปก็จะไม่ค่อยพูดถึงหรืออาจโทษว่า อาการที่แย่ลงเป็นจากตัว โรคเส้นเลือดสมองตีบเอง

นอกจากนี้ ยังมีอีกประเภทที่ต้องชี้แจง แม้อาจไม่มีอันตรายนัก แต่เกิดจากการหวังผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม โดยฉวย โอกาสบนความเดือดร้อนของผู้ป่วยและญาติ เช่น อาหารเสริม เตียงแม่เหล็ก วิตามินบางชนิด ยาฉีดแพงๆซึ่งอ้างว่ามาจาก เมืองนอก เป็นต้น โดยการโฆษณาชวนเชื่อ เกินความจริง ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีการเอาผิดทางกฏหมายกับคนกลุ่มนี้แล้ว

เนื่องจากเป็นโรคที่ถ้าเป็นแล้ว มักไม่หายสนิท เหลือความพิการอยู่บ้างไม่มากก็น้อยการป้องกันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งใน ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น ควรควบคุมโรคเหล่านั้นให้ดี ไม่ขาดยา ตั้งใจควบคุมอาหาร จะลดโอกาสการเป็นอัมพาตลงได้ ้มาก รวมทั้งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ หลีกเลี่ยงของมึนเมา

ควรตรวจเลือดเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงทุกปี โดยเฉพาะถ้าอายุมากกว่า 30-35?ีขึ้นไป หรือมีประวัติคนในครอบครัวมีโรคที่เป็นปัจ จัยเสี่ยง เพราะเราอาจมีโรคเหล่านั้นได้ เนื่องจากส่วนมากเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม

การดูแลผู้ป่วย หลักสำคัญๆ ได้แก่

1. ควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเคร่งครัด ห้ามขาดยา พบแพทย์ตามนัด
2. ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง โดยอาจทำเองที่บ้านได้หลังจากออกจากโรงพยาบาล
3.
ให้กำลังใจผู้ป่วย เนื่องจากโรคนี้พบว่าผู้ป่วยมีโอกาสมากที่จะมีโรคซึมเศร้า หรือเครียดร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากการที่เคยทำ อะไรได้ แล้วมาทำไม่ได้
4.
ในรายที่เดินไม่ได้ นอนอยู่กับเตียง ต้องพลิกตัว จับนั่งบ่อยๆ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ แผลกดทับทาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบเป็นต้น ซึ่งแพทย์และพยาบาลจะสอนการดูแลเหล่านี้ รวมทั้งการให้อาหารทางสายยาง (ถ้าต้องใส่) อาหารทางสายยาง(ถ้าต้องใส่) ก่อนที่จะให้ผู้ป่วยกลับบ้าน



โดย   นพ.เขษม์ชัย เสือวรรณศรี   อายุรแพทย์ประสาทวิทยา
Key : brain infarct ,CVA ,Stroke ,Neurology ,Medicine ,Cerebral

  บทความและเรื่องราวดีๆนำมาฝาก
 -  การประมาณค่าใช้จ่ายในการรักษาแผลกดทับ
 -  ถุงทองต้องผ่าตัดเพราะกระดูสันหลังงอกมาทับเส้นประสาท
 -  เรื่องของเจ้าทองที่เป็นแผลกดทับ
 -  โรคเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้เป็นอัมพฤษอัมพาต
 -  ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก
 -  งานแถลงข่าวเปิดตัว นวัตกรรมล่าสุด ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับสำหรับสุนัข
 -  air hole
 -  ที่นอนลมบับเบิ้ล
 -  วิธีการเลือกซื้อที่นอนลมให้เหมาะสมกับผู้ป่วย
 -  โรคพาร์กินสัน














............................................................................
บริษัท ไทยยูเรคา เมดิคอล จำกัด
38/19 ม.1 ซ.สุภาพงษ์ 3 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์ : 02-748 1250-1 โทรสาร : 02-748 1252 E-mail : ureka@bedsorethai.com