ถาม : มีลูกค้าบางคนถามว่าที่นอนลมทำงานยังไงและจะช่วยลดการเกิดแผลได้ยังไง
ตอบ : 1. เมื่อเริ่มเปิดเครื่องทำงาน ลมจะอัดเข้าลอนเว้นลอนก่อน ดังภาพ
2. เมื่อลมอัดเข้าเต็มที่แล้วจะสลับข้างเพื่ออัดลมเข้าอีกแถวหนึ่ง ดังภาพ ที่นอนจะมีลมเข้าเต็มทุกลูก
3. หลังจากที่ลมเข้าที่นอนเต็มทั้งผืนแล้ว ลอนที่นอนจะสลับกันยุบและพองตลอดเวลา
ด้านล่างเป็นภาพการทำงานของที่นอนลม จะทำงานสลับกันตลอดเวลา ในการสลับลอนใช้เวลาประมาณ 5 นาทีขึ้นไป
........................................................................................................
|
ถาม : แล้วที่นอนลมจะช่วยให้ไม่เป็นแผลกดทับได้ยังไง
ตอบ : การที่ที่นอนสลับกันยุบและพองจะช่วยให้กระจายแรงกดทับของผู้ป่วยไม่ให้ถูกกดทับที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานานๆ เราจึงไม่ต้องพลิกตัวคนไข้
........................................................................................................
|
ถาม : ที่นอนที่ผมซื้อมาให้คุณยายใช้นั้น ในคู่มือเค้าเขียนว่ารูระบายอากาศแต่ผมลองหาดูแล้วไม่พบรูระบายอากาศ ผม
อยากทราบว่ารูระบายอากาศมีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้
ตอบ : รูเล็กๆ ที่อยู่บนลอนที่ป่วยนั้น เรียกว่า Air vent หรือ Hole air ค่ะ จะมีอยู่เฉพาะตรงช่วงหัวไหล่ลงมาถึงเอวของ ผู้ป่วย จะมีอยู่บนลอนทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 1 รู ประมาณ 10 ลอน (ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละราย) ที่ต้องมีรูก็เพื่อให้อากาศในลอน
มีการถ่ายเท เพราะลมที่ออกจากรูนั้นจะไหลไปกระทบกับผู้ป่วย อากาศที่ไหลออกมาจากรูนั้น เป็นอากาศที่ไหลผ่าน มาจากภายในปั๊มไปยังลอนลม ซึ่งเป็นสภาพปิดเพราะภายในลอนมีฝุ่นละออง สิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่างๆจะถูกดูดจาก ปั๊มไปยังลอนลม และจะถูกส่งไปยังรูที่เจาะไว้พร้อมฝุ่นละอองและเชื้อแบคทีเรีย และไปเกาะยังปากรู ถ้าสังเกตดีๆ เมื่อใช้ไประยะหนึ่งปากรูจะมีคราบดำเหมือนเชื้อราเกาะอยู่ ถ้าสัมผัสกับบาดแผลอาจจะทำให้แผลสกปรกและติดเชื้อ ได้ แต่การใช้งานจริงๆ แล้วจะใช้ผ้าคลุม คลุมบนตัวที่นอนลมอีกทีหนึ่งเพื่อเป็นการรักษาความสะอาดและยืดอายุการ ใช้งานของที่นอนค่ะ เพราะฉะนั้นรู Air vent จึงไม่มีความจำเป็น ด้วยเหตุนี้ ที่นอนลมของเราจึงไม่มีรูลม Air vent เพราะเราคำนึงถึงสุขภาพผู้ป่วย ปั๊มลมของเราสามารถป้องกันฝุ่นละอองได้ แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อรา และเชื้อ แบคทีเรียได้เลย
........................................................................................................
|
ถาม : ที่นอนลมแบบลอนและแบบรังผึ้งแตกต่างกันอย่างไร มีการทำงานต่างกันหรือไม่ช่วยบอกรายละเอียดด้วยค่ะ
ตอบ : ที่นอนลมแบบรังผึ้งมีลักษณะเหมือนลูกซาลาเปาเรียงสลับกันทั้งผืน ส่วนที่นอนลมแบบลอนมีลักษณะเป็นลูก
ลอน เรียงตามขวาง การทำงานของทั้ง 2 แบบ เหมือนกันคือแบบสลับเมื่อลูกที่ 1 แข็ง ลูกที่ 2 จะนิ่ม เพื่อเป็นการกระจาย แรงกดทับไม่ให้ถูกกดทับอยู่ท่าเดียวนานๆ
........................................................................................................
|
ถาม : หากที่นอนลมเกิดมีปัญหา ลอนไม่แข็ง ไม่มีการสลับการทำงาน เราจะทราบได้อย่างไรว่าเกิดปัญหาจากตัวที่นอน
หรือตัวปั๊มลม
ตอบ : หากที่นอนลมมีปัญหาลอนไม่แข็งหรือไม่มีการสลับการทำงาน ให้เราตรวจสอบที่ปั๊มลมก่อนโดยการดึงท่อลม
ออกแล้วใช้มืออังที่รูท่อสังเกตุว่ามีลมออกมาหรือรอสักพักให้ลมสลับมาออกอีกรูหนึ่งหากลมออกรูเดียวให้ส่งปั๊มกลับมาที่
บริษัท ถ้าออกสลับกันทั้ง 2 รู แสดงว่าปั๊มไม่มีปัญหา ให้ตรวจดูที่นอนลมว่ามีรอยดำหรือไม่ (รอยดำคือการรั่วของที่นอน)
หากพบรอยดำให้ทำการเปลี่ยนลอนอะไหล่ (เฉพาะรุ่น)
........................................................................................................
|
ถาม : ที่นอนลมสามารถใช้งานได้กี่ปีและรับน้ำหนักได้หนักสุดเท่าไหร่
ตอบ : จะใช้งานได้กี่ปีนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาควรหมั่นดูแลทำความสะอาดไม่ให้ถูกของมีคม เพียงเท่านี้ที่นอนลม
ชองคุณก็จะมีอายุการใช้งานได้นานหลายปีเลยทีเดียว ที่นอนลมสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า 120 กิโลกรัมค่ะ
........................................................................................................
|
ถาม : ควรเลือกที่นอนลมแบบไหนให้เหมาะสมกับผู้ป่วย
ตอบ : การเลือกที่นอนให้เหมาะกับผู้ป่วย ควรดูว่าผู้ป่วยเป็นแผลแล้วหรือยัง ถ้าหากเริ่มเป็นแผลกดทับควรใช้ที่นอนลม
แบบรังผึ้งจะดีกว่าแบบลอนเพราะแบบรังผึ้งจะช่วยกระจายแรงกดทับได้กว้างกว่าแบบลอนส่วนแบบลอนเหมาะสำหรับผู้ที่
ยังไม่ได้เป็นแผลหรือไว้เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
........................................................................................................
|