|
||||||||||||||||||||||||||||
|
หน้าหลัก I ประวัติ I บทความ I สินค้า I ข้อสงสัย I ติดต่อเรา I ที่นอนลมสำหรับสุนัข แผลกดทับ I สาเหตุ I การสังเกตุอาการ I บริเวณที่อาจเกิดแผล I การป้องกัน |
|||||||||||||||||||||||||||
แผลกดทับ
จะเกิดขึ้นในรายที่มีอาการบาดเจ็บสาหัสหรือคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เช่นเด็กที่ได้รับบาดเจ็บทางสมอง
และกระดูกสันหลัง
บริเวณต้นคอหรือบริเวณหลังต่ำกว่า คอก็จะทำให้สมอง ไม่สามารถส่งกระแสประสาทไปสั่งการให้
กล้ามเนื้อทำงาน
ได้อย่างปกติหรือในรายของ
ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมองหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกล้าม
เนื้อเป็นอัมพาตในรายที่เกิดอุบัติเหตกระดูกหักต้องดึงขา
หรือใส่เฝือกอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆในรายหลังผ่าตัดหรือพูดอย่างเข้าใจ ง่ายๆคือจะเกิดในผู้ที่ไม่สามารถขยับ
ตัวหรือช่วยเหลือตนเองได้ หรือผู้ป่วยที่เสียการรับรู้ความรู้สึกในสภาพอากาศในเมืองไทยซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนนี้จะ ทำให้เกิ
ขบวนการเมตาอลิซึ่มของเซลล์ทำให้เซลล์ขาดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้เนื้อเยื่อ บริเวณนั้นตายได้ในภาวะที่ร้อนขึ้น 1 องศาเซลเซียส
คุณรู้ไหมว่าเมตา
บอลิซึ่มของร่างกายเราจะเพิ่มมากขึ้นถึง 10% ทีเดียว รถเข็นที่คนไข้ใช้นั่ง
นั้นทำให้เกิดการเพิ่มของอุณหภูมิบริเวณกระดูกที่ก้นที่เราใช้ลงน้ำหนัก
เวลานั่งหรือบริเวณต้นขามีอุณหภูมิมากได้ตั้งแต่ 0-1 0
องศาเซลเซียสท่านจะเห็น ว่าผู้สูงอายุจะมีการเคลื่อนไหวช้าและน้อยลงไม่คล่องแคล่วเหมือนก่อน การทานอาหารน้อย ลงบางท่านก็มีโรคแทรกซ้อนต่างๆทำให้การเสริมสร้างเนื้อเยื่อน้อยลง
ซึ่งเราจะพบว่าผู้ที่มีวัยสูงขึ้นเรื่อยๆ เวลาเป็นแผลแล้วจะหายช้ามาก นอกจากนั้นความยืดหยุ่นของผิวหนังในผู้สูงอายุก็มีน้อยซึ่งเราจะพบว่าในวัยที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปนั้นความยืดหยุ่นของผิวหนังจะลดลงถ้าอายุมาก กว่า 40
ปีขึ้นไปแล้วพบว่าเลือดที่มาหล่อเลี้ยงผิวหนังจะมีการลดลงอย่างรวดเร็วถ้าในรายที่มีการรับประทานอาหารไม่ครบตามหลักโภชนาการ
โดยเฉพาะพวกแคลเซียมไนโตรเจนก็จะยิ่งทำให้แผลหายช้าลงขึ้นไปอีก ส่วนรายที่มีอาการบวมน้ำจะทำให้เกิดการขัดขวางทางเดินอาหาร และออกซิเจนจากเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงเซลล์ทำให้เกิดแผลกดทับง่ายเพิ่ม มากขึ้น ในรายที่เป็นโลหิตจางการขาดเลือดไปเลี้ยงแผลเนื่องจากขาดฮีโม
โกลบินที่เป็นตัวนำออกซิเจนมาเลี้ยงเซลล์น้อยลงแผลจะหายช้าในภาวะที่มีความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
เช่น โรคเบา
หวาน ไทรอยด์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดแผลกดทับเพิ่มมากขึ้น |
||||||||||||||||||||||||||||
สาเหตุของการเกิดแผลกดทับ
1. การกดทับ 2. ภาวะทุพโภชนาการ 3. การถูกจำกัดการเคลื่อนไหว การนอนนาน ๆ โดยไม่เคลื่อนไหว 4. การติดเชื้อ 5. การทำงานของระบบประสาทความรู้สึกเสื่อม (Sensory Loss) 6. การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง โดยปกติแล้วเส้นเลือดจะมีแรงดันของหลอดเลือดฝอย เหมือนท่อน้ำประปา ถ้ามีอะไรพับไว้น้ำก็จะไหลได้เพียงเล็กน้อย ลักษณะเดียวกันกับเส้นเลือดเมื่อถูกทับจนเลือดไม่สามารถไหลมาเลี้ยงกล้ามเนื้อได้จะทำให้บริเวณที่ถูกกดทับ มีการตายของเนื้อเยื่อซึ่งแรงกดมากกว่า 20 มิลลิเมตรปรอท เป็นเวลา 2-4 ชม.ทำให้เกิดแผลกดทับในบริเวณที่มีกล้ามเนื้อมากจะทนต่อแรงกดทับได้ดี กรณีของแรงกดที่มากแม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็ทำให้เกิดอันตราย ต่อเนื้อเยื่อได้เท่ากับแรงกดบ่อยๆแต่เป็นระยะเวลานาน ขณะที่มีการนอนบนเตียงหรือนั่งบนรถเข็น ก็จะต้องมีการ เคลื่อนตัวของคนไข้ไม่ว่าจะเคลื่อนตัวเพื่อเปลี่ยนผ้าปูที่นอนหรือทำความสะอาดเมื่อมีการถ่ายออกมาไม่ว่าจะเป็น อุจจาระ ปัสสาวะ หรือแม้แต่เรื่องการอาบน้ำการลุกจากรถเข็นมานั่งบนเตียง เป็นธรรมดาที่จะต้องเกิดการเสียดสีกับที่นอนหรือที่นั่ง ซึ่งการเสียดสีหรือการไถไปกับพื้น (ที่นอน, รถเข็น ฯลฯ) การไถ หรือถูทำให้เกิดแรงกระทำโดยตรงต่อชั้นหนังกำพร้าจะทำให้เกิดการปริแตกของเนื้อเยื่อได้เร็วขึ้น |
||||||||||||||||||||||||||||
หากเกิดรอยแดงที่บริเวณผิวหนัง
รอยดังกล่าวจะไม่เปลี่ยนกลับเป็นสีเดิมของผิวปกติแม้ว่าจะไม่มีอาการแผลกดทับแล้วก็ตามนี่เป็นอาการเริ่มต้นของแผลกดทับ รอยแตกของผิวหนังอาจจะเป็นแผลตื้นๆและสามารถขยายเป็นแผลกว้างและขยายใหญ่ขึ้นลามลึกถึงไขมันไปยังเนื้อเยื่อขยายตัวไปยังกล้ามเนื้อและกระดูก หากเกิดอาการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่แผลแผลจะมีสีเขียวคล้ำดำมีกลิ่นและหนองและอาจจะต้องใช้การตัดทิ้งเพื่อรักษาอาการบางครั้งอาจมีขนาดเล็ก เมื่อมองภายนอกแต่ภายในแผลอาจจะมีขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อพบว่าเกิดรอยแตกหรืออาการดังกล่าวบริเวณผิวหนังของผู้ป่วยควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที |
||||||||||||||||||||||||||||
![]() |
||||||||||||||||||||||||||||
ร่างกายของผู้ป่วยขณะนอนน้ำหนักทั้งหมดของผู้ป่วยจะกดทับลงในส่วนโปนของกระดูกจะเห็นบริเวณหลังและสะโพก เป็นส่วนที่มีความเสี่ยงที่สุดจากสถิติพบว่าผู้ป่วยที่ เป็นแผลกดทับบริเวณดังกล่าวมีจำนวนมากที่สุดด้วย บริเวณที่อาจเกิดแผลกดทับ |
||||||||||||||||||||||||||||
1.
ดูแลพลิกตะแคงตัว เปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะในรายที่ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้โดยจัดให้ตะแคงซ้าย ตะแคงขวา นอนหงาย นอนคว่ำกึ่งตะแคง สลับกันไปตามความเหมาะสมควรใช้หมอนหรือผ้านุ่มๆรองบริเวณที่กดทับหรือปุ่ม
กระดูกยื่นเพื่อป้องกันการเสียดสีและลดแรงกดทับ
|
||||||||||||||||||||||||||||
............................................................................ บริษัท ไทยยูเรคา เมดิคอล จำกัด 48/18 ม.1 ซ.สุภาพงษ์ 3 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทรศัพท์ : 02-748 1250-1 โทรสาร : 02-748 1252 E-mail : ureka@bedsorethai.com |
||||||||||||||||||||||||||||